งดแป้งแล้วน้ำหนักลดฮวบ! หมอเปิดวิจัยเฉลย ตัวเลขที่หายไปอาจเป็น "สิ่งนี้" ไม่ใช่ไขมัน

งดคาร์บแล้วน้ำหนักลดฮวบ! หมอเปิดผลวิจัยเฉลย ตัวเลขที่หายไปอาจเป็นแค่ "น้ำ" ไม่ใช่ไขมัน
หลายคนที่เริ่มต้นลดน้ำหนักด้วยการตัดหรือลดคาร์โบไฮเดรต มักจะตื่นเต้นกับตัวเลขบนตาชั่งที่ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับต้องเผชิญกับภาวะน้ำหนักนิ่งหรือชนกำแพง (Hit a wall) ล่าสุด นพ.เซียว เจี๋ยเจี้ยน (蕭捷健) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนัก ได้ออกมาเปิดเผยความจริงจากผลงานวิจัยว่า การงดคาร์โบไฮเดรตช่วยให้น้ำหนักลดไวขึ้นจริง แต่มันไม่ได้ช่วยให้ "ไขมัน" ในร่างกายลดลงมากกว่าการกินคาร์บแต่อย่างใด
งานวิจัยชี้: แคลอรีเท่ากัน ลดคาร์บ VS กินคาร์บ สลายไขมันได้พอๆ กัน
หมอเซียวได้อ้างอิงงานวิจัยคลาสสิกที่นำกลุ่มตัวอย่างที่มีน้ำหนักเกิน 6 คน เข้าไปอยู่ในห้องปฏิบัติการเมตาบอลิสม (Metabolic ward) โดยให้รับประทานอาหารพลังงาน 800 แคลอรีต่อวัน เป็นเวลา 10 วันเท่ากัน ต่างกันเพียงกลุ่มหนึ่ง "งดคาร์โบไฮเดรต" และอีกกลุ่มหนึ่ง "ยังรับประทานคาร์โบไฮเดรต"
ผลการทดลองพบว่า:
- กลุ่มงดคาร์บ: น้ำหนักลดลงเฉลี่ยวันละ 467 กรัม แต่สลายไขมันได้วันละ 163 กรัม
- กลุ่มกินคาร์บ: น้ำหนักลดลงเฉลี่ยวันละ 278 กรัม แต่สลายไขมันได้วันละ 165 กรัม
แม้กลุ่มที่งดคาร์บจะมีน้ำหนักบนตาชั่งลดลงมากกว่าเกือบวันละ 200 กรัม แต่ปริมาณไขมันที่เผาผลาญไปได้แทบจะไม่แตกต่างกันเลย นั่นหมายความว่า น้ำหนักส่วนเกินที่หายไปอย่างรวดเร็วนั้น แท้จริงแล้วคือ "น้ำในร่างกาย"
เปรียบตับและกล้ามเนื้อเหมือน "ฟองน้ำ"
หมอเซียวอธิบายกลไกทางชีววิทยาให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ให้จินตนาการถึงตับและกล้ามเนื้อของเราเป็นเหมือน "ฟองน้ำ" โดยไกลโคเจน (Glycogen) ทุกๆ 1 กรัมที่ร่างกายสะสมไว้ จะดึงดูดน้ำให้กักเก็บตามไปด้วยประมาณ 3 กรัม
เมื่อเราตัดคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะนำไกลโคเจนที่สะสมไว้มาใช้จนหมด และขับน้ำที่เคยกักเก็บไว้ออกไปอย่างรวดเร็ว เปรียบเหมือนการบีบน้ำออกจากฟองน้ำจนแห้ง น้ำหนักบนตาชั่งจึงลดลงทันตาเห็น แต่เมื่อพลังงานเริ่มหมด อัตราการเผาผลาญจะค่อยๆ ลดลงจนน้ำหนักนิ่ง และหากยังฝืนลดแป้งลงอีก ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างหักโหม ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือน เช่น อ่อนเพลีย ผมร่วง หรือประจำเดือนไม่มา
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี